That's on me.
แดทส์ ออน มี
ความผิดนั้นเป็นของฉัน / ฉันรับผิดชอบเอง
“"Sorry the report was late — that's on me, I forgot to send it."”
"ขอโทษที่รายงานส่งช้า — ความผิดฉันเองเลย ลืมส่ง"
**"That's on me." แปลว่าอะไร และใช้ตอนไหน?**
"That's on me." เป็นวลีภาษาอังกฤษแบบ Informal ที่เจ้าของภาษาใช้กันทุกวัน แต่คนไทยจำนวนมากแปลตรงตัวแล้วงงว่า "นั่นอยู่บนฉัน?" จริงๆ แล้ว วลีนี้มีความหมายหลัก 2 อย่างคือ (1) **ฉันรับผิดชอบความผิดพลาดนั้น / ความผิดเป็นของฉัน** และ (2) **ฉันจ่ายให้ / ฉันเลี้ยง** ขึ้นอยู่กับบริบทการสนทนา
ในแง่ความรับผิดชอบ เช่น เกิดความผิดพลาดในทีม คนที่พูดว่า "That's on me." คือกำลังบอกว่าตัวเองยอมรับว่าเป็นต้นเหตุ ไม่โยนความผิดให้คนอื่น เช่น "I gave you the wrong address — that's on me, I'm sorry." (ฉันบอกที่อยู่ผิด — ผิดฉันเองเลย ขอโทษนะ) วลีนี้ฟังดูเป็นผู้ใหญ่ รับผิดชอบ และฝรั่งชอบใช้มากในที่ทำงานหรือการสนทนาทั่วไป
ในแง่การจ่ายเงิน วลีนี้ใช้แทน "It's my treat." หรือ "I'll pay." ได้เลย เช่น เพื่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ แล้วคุณพูดว่า "No no, that's on me!" ก็หมายความว่า "ไม่ต้องๆ ฉันออกให้เอง!" ซึ่งฟังเป็นธรรมชาติและ native มาก
ตัวอย่างประโยคเพิ่มเติม: "I forgot to book the reservation — completely that's on me." / "Order whatever you like, tonight's on me!" / "If this project fails, that's on me, not the team." ลองนำไปใช้ดูได้เลย รับรองว่าฝรั่งประทับใจแน่นอน!
บทเรียนอื่นที่น่าสนใจ
I'm heading out!
ฉันออกไปแล้วนะ / ขอตัวก่อนนะ
You're telling me…?
พูดเพื่อแสดงความตกใจ/ไม่เชื่อ ≈ "จะบอกว่า...นั่นเหรอ?!" / "อ้าว แบบนั้นเลยเหรอ?!"
I'm just winging it.
ทำแบบไม่ได้เตรียมตัว / สุ่มเดา / แล้วแต่ดวง
I'm not gonna lie…
พูดตรงๆ นะ / จริงๆ แล้วนะ (ใช้ขึ้นต้นก่อนสารภาพหรือบอกความจริงที่อาจเซอร์ไพรส์คนฟัง)